Register Login
 

 
 Market Minimize
Subject: Sarbanes-Oxley Act

Add Reply   
Author Messages
CIO (guest)

07/27/2009 10:51 AM Quote Reply Alert 
ข้อเขียนครั้งนี้ จะขอบอกกล่าวถึงกฎหมายของสหรัฐฉบับหนึ่ง ชื่อว่า Sarbanes-Oxley Act 2002 ถ้าจะอ่านออกเสียงเป็นไทยก็ประมาณว่า “ซอเบนอ๊อกซลีย์” ซึ่งตราออกมาภายหลังเกิดกรณีบริษัท Emron และ WorldCom ได้ล้มครืนกระเทือนไปทั่ววงการธุรกิจของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความไม่น่าเชื่อถือต่อธรรมาภิบาล หรือความไม่โปร่งใสของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา ด้วยผลดังกล่าว กฎหมายฉบับนี้จึงมีผลกระทบต่อภาระหน้าที่ของบรรดามืออาชีพ ผู้จัดการและผู้บริหารของบริษัท และธุรกิจในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก กฎหมายนี้บังคับให้เกิดการปฏิรูปเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของบริษัทต่าง ๆ ในแง่ของความรับผิดชอบ (responsibility) เสริมสร้างการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารทางการเงิน และขจัดบรรดาความมิชอบมาพากลทั้งหลายทางบัญชีและของตัวธุรกิจเอง และทำให้เกิด “คณะกรรมการดูแลตรวจสอบบัญชีการเงินของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์” หรือ “Public Company Accounting Oversight Board” หรือเขียนย่อ ๆ ว่า PCAOB เพื่อกำกับดูแลสายอาชีพผู้ตรวจสอบบัญชีการเงิน โดยสรุปเพื่อหาของตัวบทกฎหมายฉบับนี้ก็คือ เพื่อปกป้องนักลงทุน โดยการปรับปรุงความเที่ยวตรงและความน่าเชื่อถือในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของกิจการที่เป็นไปตามกฎหมายของตลาดหลักทรัพย์เป็นหลัก

เรื่องใหญ่ ๆ ที่กล่าวถึงในกฎหมายซอเบนอ๊อกซ์ลีย์ ก็ได้แก่ เรื่องคณะกรรมการ PCAOB ความอิสระของผู้ตรวจสอบบัญชี ความรับผิดชอบของบริษัท การเสริมสร้างสมรรถนะในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารทางการเงิน ความขัดแย้งทางความเห็นของนักวิเคราะห์ ทรัพยากรและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับ การศึกษาและรายงาน ความน่าเชื่อถือในกิจการและการละเมิด การเสริมสร้างสมรรถนะในการลงโทษพนักงานฐานละเมิด การคืนภาษีของกิจการ และการละเมิดของบริษัทและความน่าเชื่อถือได้ของบริษัท

นักวิจารณ์ให้ทัศนะว่า กฎหมาย SOX นี้ก่อให้เกิดอาการหยุดชะงักของธุรกิจ นักบริหารเกษียณตัวเองเร็วขึ้น บริษัทจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์จะถอยออกจากตลาด บริษัทต่างประเทศจะไปจดทะเบียนที่อื่นและบริษัทอเมริกาจะสูญเสียความได้เปรียบในการแข่งขัน SOX ตราขึ้นมาจากความผิดพลาดของ Emron และสำหรับธุรกิจในอเมริกาที่ปฏิบัติถูกต้องเหมือนเป็นแพะ นับตั้งแต่กฎหมายนี้ผ่านออกมาในปี 2002

อย่างไรก็ตาม กฎหมายนี้จะดูมีภาษีขึ้นมา อย่างน้อยในเหตุผลข้อหนึ่งที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ กล่าวคือ บริษัทต่างประเทศที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อเมริกาจะต้องเริ่มปฏิบัติตามกฎหมาย SOX นี้นับแต่สิ้นสุดงบประมาณปีนี้ ซึ่งก็คือภายหลังวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา หากทุนจดทะเบียนบริษัทเกิน 75 ล้านเหรียญสหรัฐ บริษัทโตโยต้ามอเตอร์ โซนี่ HSBC และ BP และอีกนับร้อยบริษัทที่หลีกเลี่ยงจาก SOX จำต้องเริ่มปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายนี้ ซึ่งก็จะเป็นข่าวดีสำหรับบริษัทอเมริกันในการที่จะแข่งขันกันในสนามที่เท่าเทียมกัน

แต่บริษัทในยุโรปกำลังลังเลกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ และราว 17% ของบริษัทยุโรปกำลังจะออกจากตลาดเพื่อหลีกหนีกฎหมายนี้ ผลสำรวจของบริษัทฝรั่งเศสแห่งหนึ่ง ปรากฏออกมาว่ามีเพียง 43% ของบริษัทยุโรปที่คิดว่าผลดีของกฎหมายนี้จะสามารถทำให้คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไป บริษัทในกลุ่มประเทศลาตินอเมริกาและเอเชีย นั้นมีการยอมรับมากกว่า คาดว่ามากกว่า 72% ของบริษัทเอเชียจะยอมรับ และ 81% จากลาตินอเมริกาที่คิดว่าผลประโยชน์จะมีมากกว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น และไม่มีร่องรอยของการที่จะถอนตัวจากตลาดหลักทรัพย์

ในทางตรงข้าม ยุโรปจะมีประสบการณ์กับความตื่นตระหนกที่เกิดจากกฎหมายฉบับนี้ ด้วยเหตุที่มีการรวมกันของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินยุโรป และธุรกิจมุ่งไปในแนวออนไลน์มากขึ้น จึงเป็นความไม่ชัดเจนว่าใครควรเป็นฝ่ายถืออำนาจในการออกกฎหมาย หัวหน้าของหน่วยงานที่เรียกว่า Britain’s Financial Services Authorityจุดประกายข้อโต้แย้งนี้ในเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา เมื่อเขาได้เสนอแนะว่าบริษัทของอังกฤษอาจต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของอเมริกา หากตลาด NASDAQ ได้เข้ามาซื้อกิจการ ตลาดหลักทรัพย์กรุงลอนดอนเรียบร้อยแล้ว ในข้อเท็จจริงนั้น ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้เข้าถือครองในอังกฤษแล้วราว 25%

ประสบการณ์ในอดีตนั้น บริษัทอเมริกันได้เคยประสบมาแล้ว ซึ่งสรุปได้ว่าการที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ เป็นการที่ต้องทุ่มเทเวลาอย่างมากและสิ้นเปลืองมากเช่นกัน สำหับกรณีของบริษัทต่างประเทศนั้น นับแต่ 15 กรกฎาคม ปีนี้เป็นต้นไป จะต้องประสบกับความยุ่งยากเป็นอย่างยิ่งในการที่ต้องทำตามกฎหมายและระบบบัญชีจำนวนมากมาย เพื่อที่จะให้ถูกต้องกับข้อกำหนดของกฎหมายทั้งของสหรัฐอเมริกา และประเทศของตนเองด้วย ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกาเอง ก็อยู่ระหว่างการดำเนินการที่จะขจัดความซ้ำซ้อนของสิ่งที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหลายฉบับในเวลาเดียวกัน โดยความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

เมื่อมองในแง่ของค่าใช้จ่ายและประโยชน์ในการปฏิบัติตาม SOX พอสรุปได้คือ โดยข้อเท็จจริงการลงแรงและค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติตาม SOX ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวลแล้ว แต่ในทางกลับกัน การที่ได้ขึ้นทะเบียนตลาดหลักทรัพย์อเมริกานั้น เป็นสิ่งที่จะทำให้เกิดประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อบริษัทจดทะเบียนในโอกาสที่จะได้ประโยชน์มากกว่าเสีย โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มกำลังพัฒนาที่โดยธรรมชาติแล้ว จะอ่อนแอเมื่ออยู่ในบ้านตัวเอง แต่จะได้ชื่อเสียงมาก หากได้รับการขึ้นทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของอเมริกา รวมทั้งเป็นที่น่าเชื่อถือของนักลงทุนในบ้านตนเองด้วย เมื่อรู้ว่าบริษัทสัญชาติตนเองสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบภายใต้ SOX ได้ ผลการศึกษาที่น่าเชื่อถือในอเมริกาก็ได้ยืนยันเรื่องนี้ว่า บริษัทต่างประเทศที่สามารถขึ้นทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก หรือ NASDAQ และในบ้านของตนเองนั้น สามารถประหยัดเงินได้พอสมควรทีเดียว ในการที่สามารถ Trade ได้ในหลายตลาดในเวลาเดียวกัน และมีตัวเลขยืนยันว่า โดยเฉลี่ยมูลค่าตลาดของบริษัทเหล่านี้สามารถทะยานสูงขึ้นในระดับ 10-30% ทีเดียว เมื่อสามารถจดทะเบียนหลักทรัพย์ได้ในหลายประเทศในเวลาเดียวกัน

อ้างอิง -Washington File: Bureau of International Information Programs, US Department of State: http://usinfo.state.gov

โดย จิรพล ทับทิมหิน
ผู้อำนวยการ โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศภาครัฐ เนคเทค

Add Reply
Forums > Market Place > Other > Sarbanes-Oxley Act

Quick Reply
Username:  
Subject:  
Body:

 



ActiveForums 3.6